คำถามที่พบบ่อย

Q2: ถ้าใช้ยาสีฟันไม่ผสมฟลูออไรด์แล้วจะเกิดฟันผุหรือไม่

A: การจะเกิดฟันผุ ต้องมี 3 ปัจจัยคือ [1.] ผิวฟัน [2.] เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ (Streptococcus Mutans) และ [3.] แป้งหรือน้ำตาลที่เป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย โดยแบคทีเรียจะย่อยแป้งและน้ำตาลแล้วเกิดกรดกัดกร่อนผิวฟันอยู่เรื่อยๆจน กระทั่งฟันผุ หากขาดปัจจัยหนึ่งปัจจัยใดก็จะไม่เกิดฟันผุ เช่น ในคนที่ไม่มีฟันผุเลยอาจเป็นเพราะว่าช่องปากเขาไม่มีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ เกิดฟันผุ (Caries Free) หรือเป็นเพราะว่าเขาทำความสะอาดฟันได้ดีมาก ไม่มีคราบแป้งหรือน้ำตาลที่จะเป็นอาหารของแบคทีเรีย ดังนั้นหากเราสามารถทำความสะอาดฟันและรักษาอนามัยในช่องปากได้ดีแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องฟันผุอีกต่อไป

Q1: ทำไมยาสีฟันโพรฟี่จึงไม่มีฟลูออไรด์

A: เนื่องจากรูปแบบของสินค้าและการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอันมาก ในอดีตเราไม่ค่อยพบปัญหาการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไป แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีการเติมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำและอาหารกันมากมายหลายรายการ และผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะได้รับปริมาณฟลูออไรด์สูงเกินไปจนเกิดความผิด ปกติต่อร่างกาย หากเป็นในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ปี ก็จะทำให้มีความผิดปกติของฟันตกกระ (Fluorosis) กล่าวคือฟันมีสีขาวขุ่นเป็นจุดๆ จนถึงขั้นฟันลาย หรือมีสีน้ำตาล หากเป็นในผู้ใหญ่ปริมาณฟลูออไรด์ที่มากเกินไปจะสะสมที่กระดูกและทำให้กระดูกหนา กระดูกขาผิดรูปร่างโก่งงอ หรือมีกระดูกงอกบริเวณที่เกาะของเอ็น และกล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท ทำให้ปวดข้อ เคลื่อนไหวลำบากหรือจนถึงขั้นพิการได้ แม้แต่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 6 ยังบังคับให้มีการปรับลดปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มบรรจุขวด จากเดิม 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตรลงมาให้เหลือเพียง 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและคุ้มครองประชาชนไม่ให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินจนเกิดผลเสียต่อสุขภาพ