คำถามที่พบบ่อย
Q1: ใครที่ควรรับประทานสารอาหารเหล่านี้เพิ่มเติมบ้าง ?
A: ผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารในแต่ละวันได้ครบ 5 หมู่ และในปริมาณที่เพียงพอต่อการได้รับสารอาหารครบถ้วน หรือผู้ที่เริ่มสังเกตพบว่าผิวมีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติทั่วไป สีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ รวมถึงทั้งผู้ที่ต้องการดูแลให้ผิวดูอ่อนเยาว์และขาวนวลสดใส
Q2: เมื่อรับประทานสารอาหารเหล่านี้จะเห็นผลได้เมื่อไร ?
A: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยารักษาโรค ดังนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นการเพิ่มเติมสารอาหารให้แก่ร่างกายตามความต้องการของผู้รับประทาน สำหรับผลลัพธ์ที่ได้ ให้สังเกตจากการเปลี่ยนของร่างกายของตนเอง เพราะร่างกายของคนเราจะตอบสนองต่อสารอาหารได้เร็วช้าแตกต่างกันไป
Q3: เด็กๆ สามารถรับประทานได้หรือไม่ ?
A: โดยทั่วไปจะไม่แนะนำให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ควรส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งการออกกำลังกาย เพื่อให้มีพัฒนาการเติบโตที่เหมาะสมตามวัย
Q4: โคเอ็นไซม์ คิวเทน (Co-Enzyme Q10) คือ ?
A: โคเอ็นไซม์ คิวเทน จัดเป็นสารกึ่งวิตามินที่ละลายในไขมัน ซึ่งมีอยู่ในไมโตครอนเดียของเซลล์ที่ร่างกายมนุษย์เราสามารถสร้างขึ้นเองได้แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นถึงช่วงวัยกลางคน ร่างกายก็จะสร้างโคเอ็นไซม์ คิวเทน ได้น้อยลง ทำให้คนในวัยนี้มีโอกาสที่จะขาดโคเอ็นไซม์ คิวเทน อาหารที่พบว่ามีโคเอ็นไซม์ คิวเทนได้แก่ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาซาร์ดีน, ปลาแมคเคอเรล, ปลาทูน่า, เครื่องในสัตว์เฉพาะส่วนหัวใจและตับ ส่วนในพืชจะพบได้บ้างในถั่วลิสง และน้ำมันถั่วเหลือง
โคเอ็นไซม์ คิวเทน มีหน้าที่สำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานภายในเซลล์โดยเฉพาะอวัยวะที่ต้องทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องจะต้องการพลังงานจำนวนมากเป็นพิเศษ เช่น หัวใจ ตับ และไต เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นว่าในอดีตหลายปีที่ผ่านมา ทางการแพทย์จะมีการใช้โคเอ็นไซม์ คิวเทนในการป้องกันโรคหัวใจ เพราะมีการศึกษาชี้ให้เห็นว่า โคเอ็นไซม์ คิวเทนจะช่วยยับยั้งไม่ให้คอเลสเตอรอลจับตัวเป็นก้อนแข็งในหลอดเลือด จึงช่วยลดปัญหาหลอดเลือดแข็งและการอุดตันของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้โคเอ็นไซม์ คิวเทนในการป้องกันโรคสมองเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์ รวมถึงโรคที่เกิดจากความเสื่อมหรือความชราอื่นๆ ด้วย เพราะโคเอ็นไซม์ คิวเทนมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยนั่นเอง
Q5: โคคิวเทน มีผลอย่างไรต่อผิวที่ขาวหรือไม่ ?
A: โคคิวเทน จัดเป็นสารกึ่งวิตามิน ที่มีฤทธิ์สำคัญคือช่วยในกระบวนการสร้างพลังงานให้แก่เซลล์ และยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย ดังนั้น ในเซลล์ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพให้แข็งแรงและทำงานได้ดีจะต้องได้รับพลังงานมากเพียงพอต่อกระบวนการทำงานภายในเซลล์ และเซลล์ยังจะต้องได้รับการปกป้องจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ดังนั้น เมื่อโคคิวเทนทำงานประสานควบคู่กันกับสารที่ช่วยในการลดปริมาณการสร้างเม็ดสีผิว ก็จะช่วยให้ผิวดูขาวนวลใสขึ้นนั่นเอง
Q6: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา เหมือนกันหรือไม่ ?
A: น้ำมันปลา ไม่ใช่ น้ำมันตับปลา เพราะน้ำมันปลาเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากเนื้อและหนังปลา แต่น้ำมันตับปลา เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากตับของปลา ดังนั้นในน้ำมันตับปลา จึงเป็นน้ำมันที่มี วิตามิน เอ และ วิตามิน ดี ส่วนในน้ำมันปลาเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันโอเมก้า
Q7: จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันปลาที่จะรับประทานเสริมนั้นมีคุณภาพที่ดี ?
A: น้ำมันปลาที่มีคุณภาพดีนั้น นอกจากกระบวนการสกัดที่ได้รับการควบคุมการผลิตที่สะอาดปลอดภัยแล้ว สิ่งที่สำคัญ คือ สัดส่วนของอีพีเอต่อดีเอชเอที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 1.5 ต่อ 1
Q8: คนที่แพ้อาหารทะเลจะสามารถรับประทานน้ำมันปลาได้หรือไม่ ?
A: การแพ้อาหารทะเล เกิดจากการแพ้สารอาหารประเภทโปรตีน ดังนั้น คนที่แพ้อาหารทะเล หรือแพ้ปลาทะเล จึงเกิดจากโปรตีน หรืออนุพันธุ์ของโปรตีนในปลา แต่น้ำมันปลาจัดเป็นสารอาหารประเภทไขมัน ไม่ใช่โปรตีน ดังนั้น คนที่แพ้ปลาทะเลก็ยังสามารถรับประทานน้ำมันที่สกัดมาจากปลาทะเลได้
Q9: การรับประทานกรดไขมันโอเมก้ามากเกินไปจะมีผลอย่างไรบ้าง ?
A: กรดไขมันโอเมก้า อาจทำให้เลือดแข็งตัวได้ช้า และหยุดไหลได้ยาก ดังนั้นผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดหรือหญิงใกล้คลอด ควรงดการรับประทานน้ำมันปลาก่อนคลอดประมาณ 1 เดือน
Q10: ใครบ้างที่ไม่ควรรับประทานน้ำมันปลา ?
A: มีรายงานเกี่ยวกับการรับประทานน้ำมันปลาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน (Non – Insulin Dependent Diabetes Mellitus) ซึ่งพบว่าจะทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยดี ดังนั้น จึงไม่ควรแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้รับประทานน้ำมันปลา จนกว่าจะสามารถมีการควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีแล้วเท่านั้น
Q11: เด็กอายุเท่าไหร่จึงสามารถรับประทานน้ำมันปลาได้ ?
A: DHA ในกรดไขมันโอเมก้า มีรายงานถึงการส่งเสริมการพัฒนาของสมองและประสาทตาในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กทารกก่อนครบกำหนดคลอด 3 เดือน อย่างไรก็ตามในเด็กเล็กๆ ก็ควรแนะนำให้รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ส่วนในเด็กที่มีอายุ 6 ขวบขึ้นไป ที่ต้องการเสริมปริมาณ DHA ก็สามารถรับประทานเสริมได้
Q12: การล้างพิษด้วยไฟเบอร์นั้นจะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ทันทีหรือไม่ ?
A: การล้างพิษในลำไส้ใหญ่โดยการรับประทานไฟเบอร์จะต้องเป็นการล้างพิษที่ยังคงทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ใหญ่เป็นไปตามปกติ หรือตามระบบขับถ่ายปกติของคนๆนั้น การที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวเร็วขึ้น เพื่อให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระทันทีที่รับประทานเข้าไป อาจมีผลทำให้ลำไส้ใหญ่เกิดความเคยชินเหมือนกรณีที่บางคนรับประทานยาถ่าย ซึ่งเป็นวิธีการล้างพิษในลำไส้ใหญ่ที่ไม่ถูกต้อง และส่งผลเสียต่อการทำงานของลำไส้ใหญ่ในระยะยาว การล้างพิษในลำไส้ใหญ่โดยการใช้เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้จะสามารถดูดซับสารพิษในลำไส้ใหญ่และทำให้อุจจาระไม่แข็งจนเกินไป เราควรดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอในลำไส้ใหญ่ เนื่องจากน้ำที่ร่างกายได้รับจากอาหารและการดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มจะเข้าสู่ร่างกายโดยการดูดซึมที่ลำไส้ใหญ่ มีเพียงบางส่วนที่ดูดซึมที่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ดังนั้นถ้าหากเราดื่มน้ำในแต่ละวันน้อยเกินไปและไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย น้ำก็จะถูกดูดซึมออกจากลำไส้ใหญ่ ทำให้การเคลื่อนตัวของอุจจาระช้าลง ระบบการขับถ่ายก็จะช้าลงด้วยจึงแนะนำให้ดื่มน้ำไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร เพื่อให้ระบบขับการถ่ายเป็นปกติ
Q13: การรับประทานไฟเบอร์ หรือเส้นใยอาหารก่อนอาหารมื้อหลักจะช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ ?
A: การรับประทานไฟเบอร์ หรือเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ก่อนอาหาร 30 – 60 นาที จะช่วยให้เรารับประทานอาหารในมื้อนั้นๆได้น้อยลง อีกทั้งไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้จะช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมัน ทำให้น้ำตาลและไขมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง และยังทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ทำให้เรารับประทานอาหารในมื้อนั้นได้น้อยลง ทำให้สามารถลดปริมาณพลังงานที่ร่างกายจะได้รับจากอาหาร จึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น แนะนำให้รับประทานไฟเบอร์ก่อนอาหารมื้อหลัก เช่น มื้อกลางวัน หรือมื้อเย็นที่เรามักจะรับประทานอาหารปริมาณมาก อย่างไรก็ตามถ้าหากเรายังคงรับประทานอาหารมากจนเกินไปในแต่ละมื้อ เราก็อาจรู้สึกอึดอัดหรือแน่นท้อง จึงควรรับประทานอาหารเพียงแค่รู้สึกพออิ่มเท่านั้น
Q14: การรับประทานไฟเบอร์หรือเส้นใยที่เป็นอาหารเสริมจากอาหารปกติ สามารถทำได้ทุกวันหรือไม่ ?
A: สามารถทำได้ทุกวันแน่นอน โดยเฉพาะไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลโมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น โอลิโกแซคคาไรด์ เนื่องจากน้ำตาลชนิดนี้จะไม่ถูกย่อยและดูดซึมในลำไส้เล็ก จึงผ่านมายังลำไส้ใหญ่และเป็นอาหารแก่จุลินทรีย์ที่ดี ช่วยเพิ่มปริมาณของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ใหญ่ทำให้สภาพความสมดุลภายในลำไส้ใหญ่กลับคืนมา ช่วยลดอาการท้องเสีย ตลอดจนส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็งของลำไส้ใหญ่ ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ลดการสะสมของสารพิษที่ผนังลำไส้ และช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย
Q15: น้ำหนักตัวของเราจะสามารถลดลงได้อย่างไร ?
A: น้ำหนักตัวจะลดลงเมื่อปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหาร น้อยกว่าปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการใช้ในการทำกิจกรรมประจำวัน ร่างกายสามารถชดเชยพลังงานส่วนที่ขาดโดยการสลายออกมาจากไขมันที่เก็บสะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉลี่ยปริมาณพลังงานที่ได้รับลดลงทุก ๆ 5-7 กิโลแคลอรี จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง 1 กรัม ดังตัวอย่างต่อไปนี้
น.ส.สมศรี อายุ 25 ปี น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ส่วนสูง 160 เซนติเมตร
คำนวณค่า BMR (ตามสูตร) ของน.ส.สมศรี
= 655+ (9.6x60) + (1.8x160) – (4.7 x 25) = 1,401.5 กิโลแคลอรีต่อวัน
กิจกรรมส่วนใหญ่ของน.ส.สมศรี คือ นั่งทำงาน และไม่มีการออกกำลังกายเลย ดังนั้น ร่างกายของ น.ส.สมศรี จะเผาผลาญพลังงาน เท่ากับค่า BMR ของ น.ส.สมศรี คูณกับตัวแปร 1.2 = 1,401.5 x 1.2 = 1,681.8 กิโลแคลอรีต่อวัน หาก น.ส.สมศรี รับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ มื้อละเท่า ๆ กัน ร่างกายจะต้องได้รับพลังงาน 560.6 กิโลแคลอรีต่อมื้อ ถ้า น.ส.สมศรี รับประทานอาหารแล้วได้รับพลังงานเพียงมื้อละ 300 กิโลแคลอรี แสดงว่า น.ส.สมศรี ได้รับพลังงานจากอาหารน้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายต้องการ 260.6 กิโลแคลอรีต่อมื้อ หรือเท่ากับ 781.8 กิโลแคลอรีต่อวัน หากเป็นเช่นนี้ติดต่อกัน 10 วัน น.ส.สมศรี จะได้รับพลังงานน้อยลง7,818 กิโลแคลอรี น้ำหนักของ น.ส.สมศรี ก็จะลดลง 1-1.5กิโลกรัม และหากเป็นเช่นนี้ติดต่อกัน 30 วัน น้ำหนักน้ำหนักของ น.ส.สมศรี จะลดลง 3-4.5 กิโลกรัม เป็นต้น (คำนวณจากหลักการลดลงของพลังงานทุก ๆ 5-7 กิโลแคลอรี จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง 1 กรัม) การทำให้ปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหารน้อยกว่าปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการใช้ในการประกอบกิจกรรมประจำวัน สามารถทำได้หลายวิธี อาทิ ลดปริมาณการดูดซึมของสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทหรือไขมัน , ลดปริมาณการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรทส่วนเกินไปเป็นไขมันสะสม, เพิ่มการเผาผลาญไขมันสะสม ไปเป็นพลังงาน และลดความรู้สึกอยากอาหารที่มากเกินไป เป็นต้น
Q16: ใช้ระยะเวลานานเพียงใดจึงจะเริ่มสังเกตเห็นว่าน้ำหนักเริ่มลดลง ?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้เราชั่งน้ำหนักทุกวันเช้าและเย็น การชั่งน้ำหนักตัวในตอนเช้า หลังจากเข้าห้องน้ำแล้วจะเป็นน้ำหนักที่เราใช้เพื่อเปรียบเทียบตลอดระยะเวลา ในการลดน้ำหนักส่วนเกิน ส่วนการชั่งน้ำหนักตัวในตอนเย็นจะสะท้อนให้เราเห็นว่า เราสามารถควบคุมปริมาณอาหารที่บริโภคในแต่ละวันได้ในระดับที่น่าพอใจหรือไม่ สำหรับน้ำหนักในตอนเย็น อาจมากกว่าน้ำหนักในตอนเช้าประมาณ 1 กิโลกรัม สำหรับในช่วงสัปดาห์แรกเราอาจจะยังไม่ค่อยสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวมากนัก แต่หากเรายังคงมีวินัยและตั้งใจควบคุมให้ปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหารน้อยกว่าปริมาณพลังงานที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการประกอบกิจกรรมประจำวันอย่างต่อเนื่องแล้วเราจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักในสัปดาห์ที่ 2
Q17: หากเราได้รับโปรตีนจากอาหารปกติไม่เพียงพอในแต่ละวัน เราควรรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมประเภทโปรตีนอย่างไร ?
A: เราควรเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนที่มีส่วนประกอบของแหล่งโปรตีนที่หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้สัดส่วนของกรดอะมิโนที่ครบถ้วน และเหมาะสมโดยทั่วไปร่างกายต้องการโปรตีนวันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ก็จะต้องการโปรตีน 50 กรัมต่อวันเป็นต้น หากในวันนั้นเราคำนวณดูแล้วพบว่า เราได้รับโปรตีนเพียง 42 กรัม เราก็ควรรับประทานเพิ่มอีก 8 กรัมเป็นต้น
Q18: คนที่ป่วยเป็นโรคไต สามารถรับประทานอาหารประเภทโปรตีนได้หรือไม่ ?
A: โดยทั่วไป ร่างกายของคนเราต้องได้รับโปรตีนทุกๆวันในปริมาณที่เพียงพอ และเมื่อเกิดการเผาผลาญหรือใช้โปรตีนในร่างกายแล้ว จะเกิดของเสียที่เราเรียกว่า ครีเอทินีน (Creatinine) และ สารยูเรียในเลือด (Blood Urea Nitrogen, BUN) ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้จะต้องถูกกำจัดออกทางไต ดังนั้น หากไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติก็จะเกิดการสะสมของสารทั้งสองชนิดนี้ในร่างกายจำนวนมาก จนเกิดปัญหากับระบบการทำงานของร่างกาย แต่ทั้งนี้ เนื่องจาก ผู้ป่วยโรคไตมีหลายชนิด ในผู้ป่วยโรคไตชนิดที่ไตเสียสภาพการทำงาน และไม่สามารถกำจัดของเสียได้ ผู้ป่วยจะต้องจำกัดการรับประทานอาหารโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน แต่ในผู้ป่วยโรคไตประเภทที่ระบบการทำงานของไตเสียไปเช่นกัน แต่เป็นชนิดที่ไตมีการรั่วออกของโปรตีนจำนวนมากในแต่ละวัน ผู้ป่วยประเภทนี้ จำเป็นต้องได้รับปริมาณโปรตีนจำนวนมากชดเชยกับการสูญเสียของโปรตีนที่รั่วออกไป ดังนั้นการแนะนำวิธีรับประทานอาหารประเภทโปรตีนทั้งที่เป็นจากอาหารปกติทั่วไป หรือโปรตีนที่มาจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในผู้ป่วยโรคไตจึงควรต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยคนนั้นๆ จะเหมาะสมที่สุด
Q19: หากต้องการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมประเภทโปรตีน ควรรับประทานเวลาใดดีที่สุด ?
A: การรับประทานโปรตีนเสริม เราสามารถรับประทานได้เหมือนการรับประทานอาหารตามปกติ
Q20: หากเป็นผู้ที่ออกกำลังกาย หรืออยู่ระหว่างการเสริมสร้างกล้ามเนื้อควรรับประทานโปรตีนเสริมวันละเท่าไหร่ ?
A: หากเป็นการออกกำลังกายทั่วไป เพื่อดูแลสุขภาพ ก็ควรจะรับประทานโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่หากเป็นนักกีฬา ผู้ที่เล่นเวท หรือนักเพาะกาย ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ปริมาณที่แนะนำ คือ 1.5-2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 2 เท่าของปริมาณโปรตีนปกติที่ควรได้รับต่อวัน เพราะร่างกายต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปเสริมสร้างมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นนั่นเอง
Q21: สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย ควรรับประทานโปรตีนเสริมเวลาใด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้รับประทานก่อนออกกำลังกาย 30 นาที หรือหลังออกกำลังกายภายใน 2 ชั่วโมง
Q22: เราสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรตีนแทนอาหารปกติได้หรือไม่ ?
A: ไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น เพราะเราควรบริโภคอาหารให้หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ การเลือกรับประทานโปรตีนเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ช่วยชดเชยโปรตีนที่เราได้รับไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหารตามปกติเท่านั้น อย่าลืมว่าร่างกายยังจำเป็นต้องได้รับสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินอีกหลายชนิด จากอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
Q23: ไขที่เป็นตะกอนในเม็ดน้ำมันรำข้าวคืออะไร และมีผลต่อผลิตภัณฑ์หรือไม่
A: ตะกอนที่เกิดขึ้นในเม็ดน้ำมันรำข้าวเป็นไขข้าว ตามธรรมชาติ ซึ่งไม่มีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ไขข้าวมีส่วนประกอบที่เรียกว่า โพลีโคซานอล (Policosanol) มีคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ไขที่เกิดขึ้นอาจมีจำนวนมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นกับรำข้าวที่นำมาสกัด
Q24: ใน 1 วัน สามารถดื่มกาแฟสเลนต้า บีลีน ได้กี่ซอง?
A: สเลนต้า บีลีน 1 ซอง มีคาเฟอีน 21.3 มิลลิกรัม ซึ่งโดยปกติ คนเราสามารถดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนได้ไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน
Q25: ต้องรับประทานนานเท่าใดจึงจะเห็นผล และหากหยุดรับประทานจะกลับมาอ้วนหรือไม่?
A: กาแฟสเลนต้า บีลีน มีส่วนผสมของสารสำคัญที่ช่วยเกี่ยวกับการลดหรือควบคุมน้ำหนักตัว ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า ต้องรับประทานนานแค่ไหน จึงจะลดน้ำหนักลงได้ เพราะการลดน้ำหนัก มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ โดยการรับประทานอาหารที่ทำให้ได้รับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายจะใช้ไปต่อวัน ดังนั้นการดื่มกาแฟสเลนต้า บีลีน เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถการันตีการลดน้ำหนักได้ตามที่คาดหวัง ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ควรได้มีโอกาสเรียนรู้ขั้นตอน และวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง จึงจะสามารถได้ผลลัพธ์ที่ดี และไม่กลับมาอ้วนอีก
Q26: อีพีเอ และ ดีเอชเอ คืออะไร
A: อีพีเอ (EPA) และ ดีเอชเอ (DHA) เป็นกรดไขมันที่ได้จากโอเมก้า-3 โดยที่ อีพีเอ EPA ช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย จึงช่วยลดความรุนแรงของโรคไขข้อรูมาตอยด์ และยังช่วยลด ลดไขมันเลว LDL และไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งช่วยลดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด อันเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดอุดตันส่วน ดีเอชเอ (DHA) ช่วยในกระบวนการพัฒนาระบบประสาท และการมองเห็น รวมทั้งช่วยชะลอความเสื่อมของระบบประสาทและสมองในผู้ใหญ่ได้อีกด้วย
Q1: ทำไมยาสีฟันโพรฟี่จึงไม่มีฟลูออไรด์
A: เนื่องจากรูปแบบของสินค้าและการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอันมาก ในอดีตเราไม่ค่อยพบปัญหาการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไป แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีการเติมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำและอาหารกันมากมายหลายรายการ และผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะได้รับปริมาณฟลูออไรด์สูงเกินไปจนเกิดความผิด ปกติต่อร่างกาย หากเป็นในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ปี ก็จะทำให้มีความผิดปกติของฟันตกกระ (Fluorosis) กล่าวคือฟันมีสีขาวขุ่นเป็นจุดๆ จนถึงขั้นฟันลาย หรือมีสีน้ำตาล หากเป็นในผู้ใหญ่ปริมาณฟลูออไรด์ที่มากเกินไปจะสะสมที่กระดูกและทำให้กระดูกหนา กระดูกขาผิดรูปร่างโก่งงอ หรือมีกระดูกงอกบริเวณที่เกาะของเอ็น และกล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท ทำให้ปวดข้อ เคลื่อนไหวลำบากหรือจนถึงขั้นพิการได้ แม้แต่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 6 ยังบังคับให้มีการปรับลดปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มบรรจุขวด จากเดิม 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตรลงมาให้เหลือเพียง 0.7 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและคุ้มครองประชาชนไม่ให้ได้รับฟลูออไรด์มากเกินจนเกิดผลเสียต่อสุขภาพ
Q2: ถ้าใช้ยาสีฟันไม่ผสมฟลูออไรด์แล้วจะเกิดฟันผุหรือไม่
A: การจะเกิดฟันผุ ต้องมี 3 ปัจจัยคือ [1.] ผิวฟัน [2.] เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ (Streptococcus Mutans) และ [3.] แป้งหรือน้ำตาลที่เป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย โดยแบคทีเรียจะย่อยแป้งและน้ำตาลแล้วเกิดกรดกัดกร่อนผิวฟันอยู่เรื่อยๆจน กระทั่งฟันผุ หากขาดปัจจัยหนึ่งปัจจัยใดก็จะไม่เกิดฟันผุ เช่น ในคนที่ไม่มีฟันผุเลยอาจเป็นเพราะว่าช่องปากเขาไม่มีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ เกิดฟันผุ (Caries Free) หรือเป็นเพราะว่าเขาทำความสะอาดฟันได้ดีมาก ไม่มีคราบแป้งหรือน้ำตาลที่จะเป็นอาหารของแบคทีเรีย ดังนั้นหากเราสามารถทำความสะอาดฟันและรักษาอนามัยในช่องปากได้ดีแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องฟันผุอีกต่อไป
Q3: ถ้าเป็นคนผิวแพ้ง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ถนอมผิวแบบไหน
A: การแพ้อาจเกี่ยวข้องกับสภาวะร่างกาย เช่นร่างกายอ่อนแอ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่างที่ทำให้ไวต่อสารต่างๆ มากกว่าปกติจึงควรทดสอบการแพ้บริเวณท้องแขนด้านในก่อน โดยทาผลิตภัณฑ์ทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง หากไม่เกิดการแพ้ ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นในลักษณะปกติต่อไปได้
Q4: รังสี UVA1 คืออะไร แล้วผลิตภัณฑ์ทั่วไปกันรังสี UVA1 ได้หรือไม่
A:
SUMMARY
รังสี UV (Ultraviolet) ประกอบด้วย UVA (UVA1 และ UVA2) กับ UVB ซึ่งรังสีทั้งสามชนิดนี้มีความยาวคลื่นต่างกันจึงมีอานาจในการทะลุทลวงที่ต่างกันด้วย โดย UVA มีอานาจทะลุทลวงสูงที่สุด สามารถทะลุเข้าไปถึงชั้นหนังแท้ (dermis) ทาให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และสามารถทาลายโครงสร้าง DNA ของผิวได้ ดังนั้นการป้องกันรังสี UVA จึงมีความจาเป็นอย่างมาก โดยทั่วไปครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 และ PA++ ขึ้นไปก็สามารถปกป้องรังสี UVA (ซึ่งหมายรวมถึง UVA1 กับ UVA2) และ UVB ได้อยู่แล้ว หากแต่ที่ UVA1 เริ่มมีบทบาทให้เห็นตามโฆษณาในปัจจุบันนี้ เพราะ UVA1 มีส่วนประกอบอยู่ในรังสี UVA มากถึง 75% จึงเป็นการตลาดที่ต้องการความดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคต่อสินค้าใหม่ให้พุ่งไปยังรังสี UVA1 ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่แท้ที่จริงแล้ว รังสี UVA1 ก็เป็นเพียงรังสี UVA ชนิดนึงซึ่งไม่ใช่รังสีชนิดใหม่แต่อย่างใด
SUPPORTING DETAILS
รังสีอัลตร้าไวโอเลตหรือรังสียูวี (Ultraviolet radiation: UVR) ในแสงแดดนั้นประกอบด้วยรังสี 3 ประเภท ได้แก่ UVA (320-400 nm) 95% โดยแบ่งเป็น UVA1 (340-400 nm) 75% และ UVA2 (320-340 nm) 20% นอกจากนี้ยังมี UVB (290-320 nm) อีก 5% และ UVC (200-290 nm) ซึ่งรังสียูวีที่สามารถทะลุมาถึงตัวเรามีเพียงแค่ UVA และ UVB เนื่องจากชั้นโอโซน (Ozone layer) ของโลกจะดูดซับและสะท้อนรังสี UVC ทั้งหมด รวมถึง UVB บางส่วน แต่ UVA จะทะลุผ่านชั้นโอโซนลงมาได้ทั้งหมด ดังนั้นรังสี UV ที่ส่องถึงตัวเราจึงมีความเข้มข้นของ UVA มาก UVB ปริมาณน้อย และไม่มี UVC
จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า รังสี UVB สามารถทะลุทะลวงได้ต่า ไปถึงแค่ชั้นหนังกาพร้า (Epidermis) เพราะจะถูกเม็ดสี (melanin) ดูดซับไว้ ซึ่ง UVB เป็นสาเหตุของรอยไหม้รอยแดงจากแดด ทาให้ผิวคล้าเสียโดยกระตุ้นการสร้าง melanin และ ยังทาลายโครงสร้าง DNA โดยตรง ทาให้เสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนัง ส่วนรังสี UVA (UVA1 และ UVA2) มีอานาจการทะลุทะลวงสูง ไปได้ถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่ง UVA ทาให้เกิดรอยคล้าแดด และสีผิวที่คล้าขึ้นจากการกระตุ้นเม็ดสีผิว นอกจากนี้ยังทาให้เกิดอนุพันธ์ออกซิเจนที่ว่องไว (Reactive Oxygen Species : ROS) หรืออนุมูลอิสระ (Free radical) ที่ไปทาปฏิกิริยาทาลาย DNA โปรตีนต่างๆ และกระตุ้นให้เซลล์ตาย (Apoptosis) เป็นสาเหตุของการเกิดรอยเหี่ยวย่น และยังเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
โดยทั่วไปครีมกันแดด (Sunscreen) จะมีสารกรองรังสียูวี (UV filters) โดยมีสองประเภทคือ Physical Sunscreen เช่น titanium dioxide, zinc oxide มีกลไกในการสะท้อนรังสี UV และ Chemical Sunscreen เช่น avobenzone มีกลไกในการดูดซับรังสี UV ซึ่งการใช้ครีมกันแดดก็ควรมี Sunscreen ทั้งสองประเภทใช้ร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการปกป้องรังสีทั้ง UVA และ UVB (Broad spectrum)
ในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดจะมีค่าการป้องกันรังสี UV อยู่ 2 ค่า ค่าแรกคือ SPF (Sun Protecting Factor) เป็นค่าวัดประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UVB โดยตรง ซึ่งทาให้เกิดรอยไหม้จากแดด (Sunburn) ซึ่งโดยทั่วไปค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปจะกันรังสี UVB ได้ 97% โดยที่ค่า SPF มีความหมายเป็นจานวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสี UVB นี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้วโดยไม่เกิดรอยไหม้ ถัดมาคือค่า PA (Protection Grade of UVA) ซึ่งเป็นค่าวัดการป้องกันรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซึมของรังสี UVA โดยที่ PA++ ขึ้นไปหมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
Q1: หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวเช่น ที่อยู่ในการจัดส่งสินค้า , หมายเลขโทรศัพท์ จะต้องทำอย่างไร?
A: ท่านสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัวได้ด้วยตนเองโดยการ ล็อคอิน (Log in) ที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com สมาชิกเข้าสู่ระบบด้วย User name และ Password ของท่าน แล้วเข้าไปที่เมนู “ข้อมูลส่วนตัว” เลือก “ประวัติส่วนตัว” เพื่อแก้ไขข้อมูลได้
Q2: หากต้องการขอเพิ่มหรือถอนชื่อผู้สมัครร่วมจะต้องทำอย่างไร?
A: ท่านสามารถ ล็อคอิน ( Log in) ที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com สมาชิกเข้าสู่ระบบด้วย User name และ Password ของท่าน แล้วเข้าไปที่เมนู “แบบฟอร์มเอกสารต่างๆ” เลือก “ใบคำขอเพิ่มชื่อ/ถอนชื่อผู้สมัครร่วม” ท่านจะต้องพิมพ์แบบฟอร์มดังกล่าวออกมาเพื่อกรอกรายละเอียด (หรือขอแบบฟอร์มดังกล่าวได้ที่เคาน์เตอร์บริการ) แล้วยื่นพร้อมเอกสารประกอบการ การเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อผู้สมัครร่วมจะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากบริษัทฯแล้วเท่านั้น
Q3: เพราะเหตุใดสามีและภรรยาถึงต้องสมัครสมาชิกเอมสตาร์ในรหัสเดียวกัน?
A: เพราะสามีและภรรยาถือเป็นบุคคลเดียวกันในทางกฏหมาย ไม่ว่าจะมีการจดทะเบียนสมรสหรือไม่ก็ตาม
Q4: หากสามีหรือภรรยาได้สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์อยู่ก่อนแล้ว โดยที่อีกฝ่ายไม่ทราบและมีความประสงค์ที่สมัครเป็นลูกค้าวีไอพี (VIP Client) เพื่อซื้อสินค้าได้หรือไม่?
A: กรณีที่ท่านสมัครเข้ามาเป็นลูกค้าวีไอพีโดยคู่สมรสของท่านได้สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์อยู่ก่อนแล้ว ระบบจะไม่สามารถสืบทราบได้ดังนั้นหากเกิดการร้องเรียนจากบุคคลอื่นว่าคู่สมรสของท่านเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์อยู่ก่อนแล้วรหัสที่ท่านได้สมัครเข้ามาเป็นลูกค้าวีไอพีจะเป็นโมฆะ
Q5: เพราะเหตุใด การชำระเงินค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิตที่หน้าเคาน์เตอร์บริการ พนักงานต้องขอตรวจบัตรประชาชนทุกครั้ง?
A: บริษัทฯปฏิบัติตามหลักเกณฑ์คุ้มครองผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคาร โดยไม่อนุญาตให้มีการนำบัตรเครดิตผู้อื่นมาใช้เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการในทุกกรณี หากมีการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือนามสกุลในบัตรประชาชนแต่ยังใช้บัตรเครดิตชื่อเดิมอยู่จะต้องแสดงหลักฐานใบเปลี่ยนชื่อหรือสกุลด้วยทุกครั้ง
Q6: หากพบว่าทำการสั่งซื้อผิดรูปแบบจาก BEC เป็น แบบปกติ (Regular) ภายในเดือนที่สั่งซื้อสามารถแก้ไขได้หรือไม่?
A: สามารถแก้ไขได้ โดยท่านสามารถนำใบเสร็จรับเงินเดิมมาขอเปลี่ยนที่หน้าเคาน์เตอร์บริการ หรือส่งเข้ามาเปลี่ยนได้ตามที่อยู่ของบริษัทฯ ทั้งนี้หากเป็นรายการข้ามเดือนและมีการคำนวณโบนัสจ่ายให้กับองค์กรธุรกิจแล้วจะไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ ดังนั้นนักธุรกิจเอมสตาร์พึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความถูกต้องของรายการสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง
Q7: หากมีความประสงค์ที่จะยืนยันการโอนเงินชำระค่าสินค้า สามารถยืนยันการชำระเงินค่าสินค้าได้ภายในระยะเวลาใด?
A: ท่านสามารถยืนยันการชำระค่าสินค้าได้ตั้งแต่ 10.30-19.30 น. ของทุกวัน
Q8: หากส่งเอกสารยืนยันการชำระเงินค่าสินค้าเข้ามายังบริษัทฯหลังจากเวลา 19.30 น. ไปแล้วจะมีผลอย่างไรบ้าง?
A: หากท่านส่งเอกสารยืนยันการชำระเงินค่าสินค้าเข้ามายังบริษัทฯหลังเวลา 19.30น. เจ้าหน้าที่จะทำการยืนยันการชำระเงินของท่านในวันทำการถัดไปซึ่งท่านจะสามารถตรวจสอบยอดธุรกิจได้ในวันทำการถัดไปเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น ท่านสั่งซื้อสินค้าในวันที่ 20 ม.ค. 2566 และส่งเอกสารยืนยันการชำระเงินเข้ามาเวลา 21.00 น. ของวันที่ 20 ม.ค. 2566 บริษัทฯจะยืนยันการชำระเงินของท่านในวันที่ 21 ม.ค. 2566 ทั้งนี้ยอดธุรกิจของท่านจะแสดงในรายงานของท่านในวันที่ 21 ม.ค. 2566 ควรระวังการทำรายการในลักษณะนี้ในวันสิ้นเดือน
Q9: หากท่านไม่ได้ทำการยืนยันการชำระเงินภายในเวลา 10.30-19.30น. ของวันที่ท่านสั่งซื้อสินค้า ท่านต้องทำการสั่งซื้อสินค้าใหม่หรือไม่?
A: ไม่ต้องทำการสั่งซื้อสินค้าใหม่ รายการสั่งซื้อของท่านจะอยู่ในระบบเป็นเวลา 2 วัน หากยังไม่ได้ยืนยันการชำระเงิน รายการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจึงจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
Q10: นักธุรกิจเอมสตาร์สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ให้กับใครได้บ้าง?
A: ท่านสามารถทำรายการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ให้กับตัวท่านเองและดาวน์ไลน์ในองค์กรธุรกิจของท่าน
Q11: การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์สามารถทำรายการได้ตลอดเวลาใช่หรือไม่?
A: การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์สามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Q12: กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ชำระค่าสินค้าโดยการตัดบัตรเครดิต หากเป็นการสั่งซื้อเป็นแบบแบบ BEC เมื่อทำรายการเรียบร้อยแล้วจะสามารถแจงยอดได้เมื่อใด?
A: เมื่อท่านสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แบบ BEC และรายการตัดบัตรเครดิตของท่านได้รับการอนุมัติจากธนาคารโดยสมบูรณ์ ท่านจะสามารถแจงยอด BEC ได้ทันที
Q13: เมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และเลือกวิธีการรับสินค้าโดยการจัดส่งตามที่อยู่จะได้รับสินค้าเมื่อใด?
A:
ระยะเวลาการจัดส่ง
- สำหรับการจัดส่งภายในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะจัดส่งภายใน 1-3 วัน
- สำหรับการจัดส่งต่างจังหวัด จะจัดส่งภายใน 2-5 วัน
Q14: จะทราบได้อย่างไรว่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นั้นมีค่าจัดส่งเพิ่มเติมหรือไม่?
A: เมื่อท่านเลือกสถานที่จัดส่งแล้วระบบจึงจะทำการคำนวณและแสดงค่าจัดส่งสินค้า (ถ้ามี) ให้ทราบก่อนการทำรายการต่อไป
Q15: หากมีข้อขัดข้องหรือปัญหาในการใช้บริการต่างๆ เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตต้องทำอย่างไร?
A: ท่านจะต้องทำการติดต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของท่านเป็นอันดับแรก
Q16: หากทำรายการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วมีความประสงค์ที่จะชำระเงินที่หน้าเคาน์เตอร์บริการสามารถทำได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ โดยท่านสามารถแจ้งเลขที่สั่งซื้อเพื่อดำเนินการชำระค่าสินค้ากับพนักงานได้ทันที ทั้งนี้รายการสั่งซื้อของท่านจะอยู่ในระบบ 2 วัน หลังจากนั้นจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
Q17: กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับสินค้าแทนที่หน้าเคาน์เตอร์บริการสามารถทำได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ โดยนักธุรกิจเอมสตาร์ หรือลูกค้าวีไอพี ต้องแจ้งชื่อหรือรายละเอียดของผู้มารับสินค้าผ่านไลน์ @aimstar.info สำหรับผู้มารับสินค้าแทนต้องแสดงบัตรประชาชนที่มีชื่อตรงกันหรือหลักฐานอื่นใดที่ยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้มารับสินค้าแทน
Q18: กรณีที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์และรับสินค้าด้วยตนเองที่หน้าเคาน์เตอร์บริการต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: ท่านจะต้องแจ้งเลขที่สั่งซื้อ พร้อมแสดงบัตรประชาชนทุกครั้งที่มารับสินค้าด้วยตนเอง
Q19: กรณีที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ชำระค่าสินค้าโดยการตัดบัตรเครดิต หากเป็นการสั่งซื้อเป็นแบบปกติ (Regular Order) ยอดธุรกิจ (พีวี) จะเป็นของวันที่เท่าไหร่?
A: ยอดธุรกิจ (พีวี) ของท่านจะได้รับการบันทึกตามวันและเวลาที่ท่านได้ทำการชำระเงิน ทั้งนี้รายการตัดบัตรเครดิตของท่านต้องได้รับการอนุมัติจากธนาคารโดยสมบูรณ์
Q20: สั่งซื้อสินค้ามูลค่าเท่าใดจึงไม่เสียค่าจัดส่ง? และหากไม่ถึงที่กำหนดจะคิดค่าจัดส่งเท่าใด?
A: สั่งซื้อตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไปจะไม่คิดค่าจัดส่ง หากไม่ถึง 2,000 บาท จะคิดค่าจัดส่ง 100 บาท
Q21: หากเลือกการชำระค่าสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) จะต้องสั่งยอดชำระขั้นต่ำเท่าใด และยอดชำระจะต้องไม่เกินเท่าใด?
A: สามารถใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ได้เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท โดยไม่เกิน 50,000 บาท
Q22: การชำระค่าสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) ยอดธุรกิจจะแสดงหลังจากชำระเงินในทันทีหรือไม่?
A: ยอดธุรกิจของท่านจะแสดงหลังจากชำระเงินแล้ว ภายใน 2-3 วันทำการ
ตัวอย่างเช่น นาย ก. สั่งซื้อสินค้าในวันที่ 29 ม.ค. 2566 เวลา 13.00 น. โดยเลือกวิธีการชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) นาย ก. ได้รับสินค้าและชำระเงินกับบริษัทฯจัดส่งสินค้าในวันที่ 30 ม.ค. 2566 ทางบริษัทฯจะสามารถตรวจพบยอดชำระของท่านได้ในวันที่ 1-2 ก.พ. 2566 ยอดธุรกิจของท่านจะถูกบันทึกเป็นของเดือน ก.พ. 2566 ดังนั้นท่านจะต้องระมัดระวังในการเลือกชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) ในช่วงปลายเดือน
Q23: หากสั่งซื้อสินค้าแจ้งว่ารับด้วยตนเองที่เคาน์เตอร์บริการ เมื่อชำระค่าสินค้าเรียบร้อยแล้วจะต้องเข้ามารับสินค้าที่บริษัทฯภายในกี่วัน?
A: ท่านจะต้องเข้ามารับสินค้าที่บริษัทฯภายใน 7 วัน นับจากวันที่สั่งซื้อ หากเกินกว่าเวลาที่กำหนดทางบริษัทฯจะคิดค่าบริการจัดเก็บสินค้าในอัตราวันล่ะ 100 บาท หากเกินกำหนดเวลา 30 วัน นับจากวันสั่งซื้อให้ถือว่านักธุรกิจเอมสตาร์ที่สั่งซื้อสินค้านั้นยินยอมให้บริษัทฯใช้ดุลยพินิจดำเนินการจัดการกับสินค้าที่สั่งซื้อได้ตามความเหมาะสม
Q24: หากไม่ได้ทำการแจงยอด BEC คงเหลือภาย ในวันที่ 10 ของเดือน จะเกิดอะไรขึ้น?
A: ยอด BEC คงเหลือหลังวันที่ 10 ของเดือน จะถูกแจงเข้ายอดธุรกิจส่วนตัวของท่านโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น นาย ก.สั่งซื้อสินค้าแบบ BEC รอบวันที่ 1 ม.ค. 2566 และไม่ได้ทำการแจงยอดในวันที่ 10 ก.พ. 2566 ยอด BEC จะถูกแจงเข้าเป็นยอดธุรกิจของนาย ก. ในวันที่ 10 ก.พ. 2566 โดยอัตโนมัติ
Q25: นักธุรกิจเอมสตาร์ที่ยังไม่ได้ให้อีเมลของท่านกับทางบริษัท จะสามารถเปลี่ยนรหัสลับ (Password) ด้วยตนเองในระบบได้หรือไม่?
A: ไม่สามารถทำได้ ท่านจะต้องทำการแจ้งเพิ่มเติมอีเมลของท่านกับทางบริษัทฯก่อนเป็นอันดับแรก โดยการส่งสำเนาบัตรประชาชนที่มีลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ระบุอีเมลของท่าน , รหัสสมาชิก และหมายเลขโทรศัพท์ โดยท่านสามารถยื่นเอกสารได้ทั้งที่หน้าเคาน์เตอร์บริการ , Line ID: @aimstar.info หรือส่งเอกสารของท่านทางอีเมล info@aimstarnetwork.com
Q26: กรณีลืมรหัสลับ (Password) สำหรับเข้าระบบปฏิบัติการเอมสตาร์จะต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: ท่านสามารถทำการเปลี่ยนรหัสลับใหม่ด้วยตนเองในระบบโดยเข้าที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com > ล็อคอิน (Log in) > Forgot Your Password/ลืมรหัสผ่าน > ระบุรหัสสมาชิกของท่าน > กด รีเซตรหัสผ่าน > ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการเปลี่ยนรหัสลับใหม่ให้กับท่านตามอีเมลที่ท่านระบุไว้กับทางบริษัทฯ เมื่อท่านทำการยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่านเรียบร้อยท่านจะสามารถล็อคอิน (Log in) เข้าระบบด้วยรหัสใหม่ของท่านได้ทันที
ลิงก์รีเซตรหัสผ่าน https://shopping.aimstarnetwork.com/accounts/resetpassword
Q27: หากมีความประสงค์ที่จะยืนยันการชำระค่าสินค้าโดยการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ผ่านระบบขนาดของรูปภาพจะต้องมีขนาดไม่เกินเท่าใด?
A: ขนาดไฟล์ของรูปภาพจะต้องมีขนาดไม่เกิน 500 KB
Q28: หากทำการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ให้กับบริษัทฯหลัง 19.30 น. ยอดธุรกิจจะแสดงเมื่อใด ?
A: หากท่านชำระค่าสินค้าและ/หรือแจ้งยืนยันการชำระเงินหลังเวลา 19.30 น. บริษัทฯจะทำการยืนยันการชำระเงินของท่านในวันถัดไป ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบยอดธุรกิจได้ในวันถัดไป
ตัวอย่างเช่น ท่านสั่งซื้อสินค้าในวันที่ 20 ม.ค. 2566 และได้ดำเนินการโอนเงินในเวลา 18.00 น. แต่ท่านได้ยืนยันการชำระเงินโดยวิธีการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 20 ม.ค. 2566 บริษัทฯจะยืนยันการชำระเงินของท่านในวันที่ 21 ม.ค. 2566 และรายงานยอดธุรกิจดังกล่าวของท่านจะแสดงในวันที่ 21 ม.ค. 2566 ดังนั้นท่านจะต้องระมัดระวังการทำรายการในลักษณะนี้ในวันสิ้นเดือน (วันสุดท้ายของเดือน) โดยเฉพาะการสั่งซื้อแบบ BEC เพราะหากท่านแจ้งยืนยันการชำระเงินหลังเวลา 19.30 น. ท่านจะไม่สามารถทำการแจงยอด BEC ได้
Q29: หากยืนยันการชำระค่าสินค้าโดยการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ผ่านระบบเรียบร้อยแล้วจำเป็นที่จะต้องยืนยันการชำระค่าสินค้าในช่องทางอื่นๆอีกหรือไม่?
A: ไม่ต้องแจ้งยืนยันในช่องทางอื่นๆอีก
Q30: หากทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้วและต้องการที่จะยืนยันการชำระค่าสินค้าโดยการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ผ่านระบบจะต้องดำเนินการอย่างไร?
A: เข้าที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com > Aimstarshopping Online > ลงชื่อเข้าใช้ > ระบุรหัสสมาชิกและรหัสผ่าน > ประวัติการสั่งซื้อสินค้า > เลือกเลขที่ใบสั่งซื้อ > แจ้งยืนยันการโอนเงิน > แนบไฟล์รูป (ขนาดของรูปภาพจะต้องไม่เกิน 500 KB) > กดส่งข้อมูล
Q31: เพราะเหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญกับที่อยู่อีเมล (Email Address) ของแต่ละรหัส?
A: บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการให้มีความทันสมัย ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล อนึ่ง เป็นที่ยอมรับกันว่า ที่อยู่อีเมล (Email Address) ของท่านมีความสำคัญและเป็นข้อมูลจำเพาะที่ใช้ในการยืนยันตัวตนและติดต่อธุรกรรมหลายอย่างกับทางบริษัทฯ อาทิ การรีเซ็ตเปลี่ยนแปลงรหัสลับ (Password) การติดตามสินค้าระหว่างการจัดส่ง ฯลฯ ดังนั้นโปรดให้ความสำคัญกับที่อยู่อีเมลของท่าน
1.นักธุรกิจเอมสตาร์ที่ยังมิได้ให้ที่อยู่อีเมลแก่บริษัทฯ ท่านสามารถเข้าไปที่ สมาชิกล็อคอิน (Log in) ที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com สมาชิกเข้าสู่ระบบด้วย User name และ Password แล้วเข้า เมนู “ประวัติส่วนตัว” เพื่อกรอกที่อยู่อีเมลของท่าน แล้วกด “บันทึกข้อมูล” ระบบจะทำการบันทึกที่อยู่อีเมลของท่านโดยอัตโนมัติ
2.อีเมลของนักธุรกิจเอมสตาร์แต่ละรหัสจะต้องไม่ใช้ซ้ำกับอีเมลของนักธุรกิจเอมสตาร์รหัสอื่น
Q32: หากต้องการสมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์แต่ไม่มีผู้สปอนเซอร์และไม่รู้จักกับนักธุรกิจเอมสตาร์ท่านใดเลย สามารถสมัครได้หรือไม่?
A: สามารถสมัครได้ โดยเมื่อทำการสมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ที่หน้าเว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com ในช่อง “ผู้ให้คำแนะนำ” ท่านสามารถเลือก “ให้ระบบจัดการเลือกให้” ซึ่งระบบจะทำการเลือกผู้สปอนเซอร์ให้กับท่านโดยอัตโนมัติ
Q33: ออโต้สปอนเซอร์ คืออะไร?
A: บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ได้พัฒนาระบบออโต้สปอนเซอร์ เพื่อมอบหมายสิทธิ์ในการเป็นผู้สปอนเซอร์ต่อการสมัครของผู้ที่ไม่มีผู้แนะนำธุรกิจ โดยบริษัทฯจะมอบหมายให้นักธุรกิจเอมสตาร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้สปอนเซอร์ และให้การดูแลผู้สมัครใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องสินค้า และ/หรือ แนวทางการสร้างธุรกิจเอมสตาร์บนแนวทางที่ถูกต้อง
Q34: การสมัครลูกค้าวีไอพี (VIP Client) และการสมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aimstar Business Owner - ABO) มีความแตกต่างกันอย่างไร?
A: ความแตกต่างระหว่างนักธุรกิจเอมสตาร์และลูกค้าวีไอพี มีดังนี้
Q35: สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aimstar Business Owner - ABO) ผ่านทางออนไลน์แล้ว จะสามารถดาวน์โหลด คู่มือนักธุรกิจ และใบเสร็จรับเงิน ได้ที่ใด?
A: ท่านสามารถดาวน์โหลด โดยการ ล็อคอิน (Log in) ที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com เข้าสู่ระบบด้วย User name และ Password และเลือกเมนู “เอกสารประกอบการดำเนินธุรกิจ”
Q36: การต่ออายุนักธุรกิจเอมสตาร์ มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
A: ไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรีค่าต่ออายุสมาชิก)
Q37: การต่ออายุนักธุรกิจเอมสตาร์ ทำอย่างไร?
A: เข้าเว็บไซต์ www.aimstarnetwork > กดไอคอน ต่ออายุสมาชิกออนไลน์ ฟรี > กรอก รหัสสมาชิก และ รหัสผ่าน > กด ดำเนินการต่อไป > กด ยอมรับเงื่อนไข > กด บันทึกข้อมูล
ลิงก์ต่ออายุสมาชิก https://shopping.aimstarnetwork.com/th/member/ABORenewal.aspx
Q38: สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aimstar Business Owner - ABO) ผ่านทางออนไลน์แล้วสถานภาพการเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์จะมีอายุกี่ปี?
A: สถานภาพการเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์จะยังคงมีระยะเวลา 1 ปี นับจากวันสมัคร
ตัวอย่างเช่น ทำการสมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์วันที่ 1 มกราคม 2566 ท่านสามารถทำการต่ออายุได้วันสุดท้ายคือวันที่ 31 มกราคม 2567
Q39: สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aimstar Business Owner - ABO) ผ่านทางออนไลน์แล้วสามารถสั่งซื้อสินค้าหรือทำการสปอนเซอร์ได้ทันทีหรือไม่?
A: ท่านสามารถสั่งซื้อสินค้าและทำการสปอนเซอร์ได้ทันที
Q40: การแนบไฟล์เอกสารประกอบการสมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aimstar Business Owner - ABO) ขนาดไฟล์ของรูปภาพจะต้องมีขนาดไม่เกินเท่าใด?
A: ขนาดของไฟล์ภาพจะต้องไม่เกิน 5 MB
Q41: สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aimstar Business Owner - ABO) ผ่านทางออนไลน์แล้วจะต้องส่งเอกสารใดๆให้ทางบริษัทฯอีกหรือไม่?
A: ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆให้กับบริษัทฯอีก
Q42: หากได้ทำการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Payment) เรียบร้อยแล้ว จะต้องแจ้งยืนยันการชำระเงินอีกหรือไม่?
A: ไม่ต้องแจ้งยืนยันอีก เนื่องจากระบบจะบันทึกการชำระเงินของท่านโดยอัตโนมัติ
Q43: กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แบบ BEC และเลือกวิธีการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Payment) จะสามารถแจงยอดได้เมื่อใด?
A: เมื่อได้ชำระเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถแจงยอด BEC ได้ทันที
Q44: กรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถโอนโบนัสเข้าบัญชีธนาคารที่นักธุรกิจเอมสตาร์ให้ไว้กับทางบริษัทได้นั้น นักธุรกิจเอมสตาร์ต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ท่านสามารถส่งสำเนาหน้าบัญชีธนาคารที่มีสถานะ “ปกติและพร้อมใช้งานสำหรับการทำธุรกรรม” เข้ามาใหม่ ทาง Line ID: @aimstar.info หรืออีเมล: info@aimstarnetwork.com ภายในสิ้นเดือนนั้นๆ เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินการโอนโบนัสให้ในรอบถัดไป
ตัวอย่างเช่น นาย ก. มีโบนัสเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2569 บริษัทฯ จะทำการโอนโบนัสในวันที่ 15 เม.ย. 2569 แต่เนื่องจากบัญชีที่นาย ก. ให้ไว้กับทางบริษัทฯ ไม่สามารถรับโอนโบนัสในวันที่ 15 เม.ย. 2569 ได้ ดังนั้นนาย ก. จะต้องส่งสำเนาหน้าบัญชีธนาคารเข้ามาใหม่ ให้กับทางบริษัทฯ ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2569 โดยบริษัทฯ จะดำเนินการโอนโบนัสให้ในรอบถัดไป คือวันที่ 15 พ.ค. 2569
Q45: นักธุรกิจเอมสตาร์ จะทราบได้อย่างไรว่า ได้ส่งหน้าสำเนาบัญชีธนาคารมาให้บริษัทฯ แล้วหรือไม่?
A: นักธุรกิจเอมสตาร์สามารถล็อคอินเข้าสู่ระบบ ไปที่เมนู "ประวัติส่วนตัว" ดูที่ "ข้อมูลบัญชีธนาคาร" หากไม่ได้ส่งหน้าสำเนาบัญชีธนาคาร จะมีข้อความแจ้งว่า กรุณาส่งสำเนาหนัาบัญชีธนาคารของท่าน "ที่มีสถานะปกติและพร้อมใช้งานสำหรับการทำธุรกรรม" มายังบริษัทฯ ทาง Line ID: @aimstar.info หรืออีเมล: info@aimstarnetwork.com
Q1: หากสามีหรือภรรยาได้สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์อยู่ก่อนแล้ว โดยที่อีกฝ่ายไม่ทราบและมีความประสงค์ที่สมัครเป็นลูกค้าวีไอพี (VIP Client) เพื่อซื้อสินค้าได้หรือไม่?
A: กรณีที่ท่านสมัครเข้ามาเป็นลูกค้าวีไอพีโดยคู่สมรสของท่านได้สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์อยู่ก่อนแล้ว ระบบจะไม่สามารถสืบทราบได้ดังนั้นหากเกิดการร้องเรียนจากบุคคลอื่นว่าคู่สมรสของท่านเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์อยู่ก่อนแล้วรหัสที่ท่านได้สมัครเข้ามาเป็นลูกค้าวีไอพีจะเป็นโมฆะ
Q2: หากสามีหรือภรรยาสมัครเป็นลูกค้าวีไอพี (VIP Client) คนละรหัส และต่อมาสามีหรือภรรยามีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานะภาพเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์จะมีผลเช่นไร?
A: รหัสที่เปลี่ยนสถานะภาพเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ถือเป็นรหัสที่สามารถดำเนินธุรกิจเอมสตาร์ได้ตามเงื่อนไขทุกประการและรหัสที่เป็นลูกค้าวีไอพีจะเป็นโมฆะเมื่อมีการตรวจสอบพบว่าทั้งคู่เป็นสามีหรือภรรยากันจริง
ตัวอย่างเช่น ภรรยาสมัครเป็นลูกค้าวีไอพี เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2566 และสามีสมัครเป็นลูกค้าวีไอพี เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2566 ต่อมาสามีมีความสนใจที่จะทำธุรกิจเอมสตาร์จึงได้ทำการเปลี่ยนสถานะภาพเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ในวันที่ 25 ม.ค. 2566 และหากมีการตรวจพบว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันรหัสของภรรยาที่สมัครเข้ามาเป็นลูกค้าวีไอพีจะเป็นโมฆะ (ไม่สำคัญว่ารหัสที่สมัครเข้ามาเป็นลูกค้าวีไอพีนั้นจะสมัครเข้ามาก่อนหรือหลังก็ตาม)
Q3: เพราะเหตุใด การชำระเงินค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิตที่หน้าเคาน์เตอร์บริการ พนักงานต้องขอตรวจบัตรประชาชนทุกครั้ง?
A: บริษัทฯปฏิบัติตามหลักเกณฑ์คุ้มครองผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคาร โดยไม่อนุญาตให้มีการนำบัตรเครดิตผู้อื่นมาใช้เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการในทุกกรณี หากมีการเปลี่ยนแปลงชื่อหรือนามสกุลในบัตรประชาชนแต่ยังใช้บัตรเครดิตชื่อเดิมอยู่จะต้องแสดงหลักฐานใบเปลี่ยนชื่อหรือสกุลด้วยทุกครั้ง
Q4: หากมีความประสงค์ที่จะยืนยันการโอนเงินชำระค่าสินค้า สามารถยืนยันการชำระเงินค่าสินค้าได้ภายในระยะเวลาใด?
A: ท่านสามารถยืนยันการชำระค่าสินค้าได้ตั้งแต่ 10.30-19.30 น. ของทุกวัน
Q5: หากท่านไม่ได้ทำการยืนยันการชำระเงินภายในเวลา 10.30-19.30 น. ของวันที่ท่านสั่งซื้อสินค้า ท่านต้องทำการสั่งซื้อสินค้าใหม่หรือไม่?
A: ไม่ต้องทำการสั่งซื้อสินค้าใหม่ รายการสั่งซื้อของท่านจะอยู่ในระบบเป็นเวลา 2 วัน หากยังไม่ได้ยืนยันการชำระเงิน รายการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจึงจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
Q6: การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์สามารถทำรายการได้ตลอดเวลาใช่หรือไม่?
A: การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์สามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Q7: เมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และเลือกวิธีการรับสินค้าโดยการจัดส่งตามที่อยู่จะได้รับสินค้าเมื่อใด?
A:
ระยะเวลาการจัดส่ง
- สำหรับการจัดส่งภายในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะจัดส่งภายใน 1-3 วัน
- สำหรับการจัดส่งต่างจังหวัด จะจัดส่งภายใน 2-5 วัน
Q8: จะทราบได้อย่างไรว่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นั้นมีค่าจัดส่งเพิ่มเติมหรือไม่?
A: เมื่อท่านเลือกสถานที่จัดส่งแล้วระบบจึงจะทำการคำนวณและแสดงค่าจัดส่งสินค้า (ถ้ามี) ให้ทราบก่อนการทำรายการต่อไป
Q9: หากมีข้อขัดข้องหรือปัญหาในการใช้บริการต่างๆ เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตต้องทำอย่างไร?
A: ท่านจะต้องทำการติดต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของท่านเป็นอันดับแรก
Q10: หากทำรายการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วมีความประสงค์ที่จะชำระเงินที่หน้าเคาน์เตอร์บริการสามารถทำได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ โดยท่านสามารถแจ้งเลขที่สั่งซื้อเพื่อดำเนินการชำระค่าสินค้ากับพนักงานได้ทันที ทั้งนี้รายการสั่งซื้อของท่านจะอยู่ในระบบ 2 วัน หลังจากนั้นจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
Q11: กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับสินค้าแทนที่หน้าเคาน์เตอร์บริการสามารถทำได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ โดยนักธุรกิจเอมสตาร์ หรือลูกค้าวีไอพี ต้องแจ้งชื่อหรือรายละเอียดของผู้มารับสินค้าผ่านไลน์ @aimstar.info สำหรับผู้มารับสินค้าแทนต้องแสดงบัตรประชาชนที่มีชื่อตรงกันหรือหลักฐานอื่นใดที่ยืนยันว่าเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้มารับสินค้าแทน
Q12: กรณีที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์และรับสินค้าด้วยตนเองที่หน้าเคาน์เตอร์บริการต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: ท่านจะต้องแจ้งเลขที่สั่งซื้อ พร้อมแสดงบัตรประชาชนทุกครั้งที่มารับสินค้าด้วยตนเอง
Q13: สั่งซื้อสินค้ามูลค่าเท่าใดจึงไม่เสียค่าจัดส่ง? และหากไม่ถึงที่กำหนดจะคิดค่าจัดส่งเท่าใด?
A: สั่งซื้อตั้งแต่ 2,000 บาท ขึ้นไปจะไม่คิดค่าจัดส่ง หากไม่ถึง 2,000 บาท จะคิดค่าจัดส่ง 100 บาท
Q14: หากเลือกการชำระค่าสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) จะต้องสั่งยอดชำระขั้นต่ำเท่าใด และยอดชำระจะต้องไม่เกินเท่าใด?
A: สามารถใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ได้เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท โดยไม่เกิน 50,000 บาท
Q15: หากสั่งซื้อสินค้าแจ้งว่ารับด้วยตนเองที่เคาน์เตอร์บริการ เมื่อชำระค่าสินค้าเรียบร้อยแล้วจะต้องเข้ามารับสินค้าที่บริษัทฯภายในกี่วัน?
A: ท่านจะต้องเข้ามารับสินค้าที่บริษัทฯภายใน 7 วัน นับจากวันที่สั่งซื้อ หากเกินกว่าเวลาที่กำหนดทางบริษัทฯจะคิดค่าบริการจัดเก็บสินค้าในอัตราวันล่ะ 100 บาท หากเกินกำหนดเวลา 30 วัน นับจากวันสั่งซื้อให้ถือว่านักธุรกิจเอมสตาร์ที่สั่งซื้อสินค้านั้นยินยอมให้บริษัทฯใช้ดุลยพินิจดำเนินการจัดการกับสินค้าที่สั่งซื้อได้ตามความเหมาะสม
Q16: การสมัครลูกค้าวีไอพี (VIP Client) กับ สมัครเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ (Aim star Business Owner - ABO) แตกต่างกันอย่างไร?
A: ความแตกต่างระหว่างนักธุรกิจเอมสตาร์และลูกค้าวีไอพี มีดังนี้

Q17: สมัครเป็นลูกค้าวีไอพี (VIP Client) ผ่านช่องทาง “ออนไลน์” เรียบร้อยแล้วสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันทีหรือไม่?
A: สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันที
Q18: ลูกค้าวีไอพี (VIP Client) ต้องทำการต่ออายุหรือไม่?
A: ท่านจะได้รับการต่ออายุให้กับลูกค้าวีไอพีโดยอัตโนมัติ 1 ปี เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าสะสมตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไป ในปีนั้นๆ
Q19: กรณีลืมรหัสลับ (Password) สำหรับเข้าระบบเพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวต้องทำอย่างไรบ้าง?
A: ท่านสามารถทำการเปลี่ยนรหัสลับใหม่ด้วยตนเองในระบบโดยเข้าที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com > ล็อคอิน (Log in) > Forgot Your Password/ลืมรหัสผ่าน > ระบุรหัสสมาชิกของท่าน > กด รีเซตรหัสผ่าน > ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการเปลี่ยนรหัสลับใหม่ให้กับท่านตามอีเมลที่ท่านระบุไว้กับทางบริษัทฯ เมื่อท่านทำการยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่านเรียบร้อยท่านจะสามารถล็อคอิน (Log in) เข้าระบบด้วยรหัสใหม่ของท่านได้ทันที
Q20: หากมีความประสงค์ที่จะยืนยันการชำระค่าสินค้าโดยการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ผ่านระบบขนาดของรูปภาพจะต้องมีขนาดไม่เกินเท่าใด?
A: ขนาดไฟล์ของรูปภาพจะต้องมีขนาดไม่เกิน 500 KB
Q21: หากยืนยันการชำระค่าสินค้าโดยการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ผ่านระบบเรียบร้อยแล้วจำเป็นที่จะต้องยืนยันการชำระค่าสินค้าในช่องทางอื่นๆอีกหรือไม่?
A: ไม่ต้องแจ้งยืนยันในช่องทางอื่นๆอีก
Q22: หากทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้วและต้องการที่จะยืนยันการชำระค่าสินค้าโดยการแนบ “หลักฐานการโอนเงิน” ผ่านระบบจะต้องดำเนินการอย่างไร?
A: เข้าที่เว็บไซต์ www.aimstarnetwork.com > Aimstarshopping Online > ลงชื่อเข้าใช้ > ระบุรหัสสมาชิกและรหัสผ่าน > ประวัติการสั่งซื้อสินค้า > เลือกเลขที่ใบสั่งซื้อ > แจ้งยืนยันการโอนเงิน > แนบไฟล์รูป (ขนาดของรูปภาพจะต้องไม่เกิน 500 KB) > กดส่งข้อมูล
Q23: หากต้องการสมัครสมาชิกแต่ไม่มีผู้สปอนเซอร์และไม่รู้จักกับสมาชิกท่านใดเลยสามารถสมัครได้หรือไม่?
A: สามารถสมัครได้ โดยเมื่อท่านทำการสมัครสมาชิกที่หน้าเว็บไซต์ในช่อง “ผู้ให้คำแนะนำ” ท่านสามารถเลือก “ให้ระบบจัดการเลือกให้” ซึ่งระบบจะทำการเลือกผู้สปอนเซอร์ให้กับท่านโดยอัตโนมัติ
Q24: หากได้ทำการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Payment) เรียบร้อยแล้ว จะต้องแจ้งยืนยันการชำระเงินอีกหรือไม่?
A: ไม่ต้องแจ้งยืนยันอีก เนื่องจากระบบจะบันทึกการชำระเงินของท่านโดยอัตโนมัติ