นรินทร์ ลีลาภรณ์

ผมเป็นนิสิตนักศึกษาอยู่ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 4 สาขาวาท-วิทยา คณะนิเทศศาสตร์
ในอดีตตั้งแต่ชั้นมัธยมผมพยายามและตั้งใจสร้างผลการเรียนที่ดีตลอดมาเพราะคิดว่าผลการเรียนที่ดี จะทำให้มีอนาคต
ที่มั่นคง ผมจบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาด้วยเกรด 3.5 เป็นนักเรียนห้องคิงส์ตลอด 3 ปี และสอบเข้าจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ด้วยคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ 100คะแนนเต็มเมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยก็พบว่าในความเป็นจริงแล้ว
สิ่งที่เราสร้างมาก็ยังไม่สามารถนำไปใช้เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่แท้จริงได้จึงได้มองหาว่ามีอะไรที่สามารถทำเพิ่มในระหว่าง
ที่เรียนปริญญาตรีไปด้วยได้บ้างและมีความหวังไว้ว่าเมื่อจบมาจะได้เป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง

คุณพ่อของผมสนใจและทำธุรกิจเครือข่ายของบริษัทแห่งหนึ่งมานานหลายปีรวมจนถึงพี่ชายของผม คือ คุณธเนศ ลีลาภรณ์
ก็ได้เข้าไปทำธุรกิจเครือข่ายในบริษัทดังกล่าวกับคุณพ่อ พี่ชายทำอยู่นาน 5 ปี ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ด้วย
ความสำเร็จที่ไม่เพิ่มขึ้นเลยตลอดระยะเวลา 5 ปี พี่ชายผมจึงเลิกทำและตัดสินใจเลือกธุรกิจเครือข่ายบริษัทใหม่ ซึ่งก็คือ
ธุรกิจเอมสตาร์ผมจึงได้รับการชักชวนจากพี่ชายให้เข้าสู่ธุรกิจเอมสตาร์ตั้งแต่อายุ 19 ปี ในช่วง 1 ปีแรก ผมก็ไม่ได้สนใจ
ที่จะทำธุรกิจนี้หลังจากได้รับการติดตามจากพี่ชายและมองเห็นความสำเร็จของพี่ชายที่เพิ่มขึ้นตามลำดับผมจึงเริ่มเข้าสู่
บรรยากาศของการเรียนรู้ทั้งเซ็นเตอร์คอร์สเดอะวินเนอร์รวมถึงงานอื่นที่กลุ่มจัดขึ้น

จากคนที่พูดไม่เก่ง ถ่ายทอดไม่ได้ ผมพยายามในการฝึกฝนตัวเอง เพื่อจะเป็นผู้นำในองค์กรให้ได้ อีกทั้งยังต้องเอาชนะ
ตนเองใช้เวลาในชีวิตสำหรับการสร้างธุรกิจเอมสตาร์นอกเหนือจากเวลาเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่ได้เที่ยวเตร่เหมือน
วัยรุ่นทั่วๆไปเพราะผมรู้ว่านี่คือโอกาส ที่จะทำให้ชีวิตของผม ไม่เหมือนวัยรุ่นทั่วไปในอนาคตอันใกล้ ในที่สุด ผมก็สามารถ
ส่งมอบโอกาสให้เพื่อนๆทำให้เพื่อนๆได้เห็นว่าธุรกิจเอมสตาร์จะตอบโจทย์ในชีวิตของทุกคนได้ หลังจากตัดสินใจลงมือทำ
อย่างจริงจัง เพียง 1ปีผมก็สามารถพิชิตรายได้ หลักแสนบาทต่อเดือนได้ มีเงินส่งเสียให้ตัวเองเรียนโดยไม่ต้องขอเงินจาก
พ่อแม่ และใช้เวลาเพียง 2 ปีก็สามารถพิชิตตำแหน่งไดมอนด์สตาร์ ที่มีรายได้มากกว่า 300,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ยัง
เรียนไม่จบจากมหาวิทยาลัย และยังได้ซื้อรถยนต์ ป้ายแดง AUDY รุ่น TTS เป็นของตนเองอีก 1 คัน ได้ท่องเที่ยว
ต่างประเทศและมีเพื่อนๆประสบความสำเร็จกันอีกจำนวนมากในองค์กร

“สิ่งที่ธุรกิจเอมสตาร์มอบให้กับผมและคนที่ผมรักคือ
'Happily Ever After, Together ความสุขชั่วนิรันดร์ที่พวกเราร่วมไปด้วยกัน' วันนี้คุณเองก็สามารถมอบสิ่งดีๆให้กับคนที่ คุณรักได้เช่นกัน...”